ทรีทเม้นท์หน้าด้วยนวัตรกรรม DERMA BRIGHT
ทรีทเม้นท์หน้าด้วยนวัตรกรรม Derma Bright “กระตุ้นผิวให้แลดูกระจ่างใส ด้วยเทคโนโลยีการผลักวิตามินเข้าเซลล์ผิวไม่ว่าใครต่อใครก็หลงใหล ในผลลัพธ์เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง”
เป็นทรีทเม้นท์หน้าที่ใช้หลักการ Electroporation ช่วยในการผลักวิตามินเข้าเซลล์ผิว โดยการใช้กระใสไฟฟ้าเฉพาะทางกระตุ้นให้เกิดช่องว่างชั่วคราวในชั้นผิวหนังและเยื่อหุ้มเซลล์ผิวหนัง สามารถวิตามินไปในผิวหนังชั้นลึก ด้วยพลังงานที่สูงกว่าการใช้กระแสไฟฟ้าธรรมดาหรือ Ionto ถึง 10 เท่า ได้ผลถึง 90%
การทำทรีทเม้นท์หน้า Derma Bright เป็นทางเลือกสำหรับการเสริมความงามในการดูแลผิวหน้าวิธีการใหม่ที่ช่วยเพิ่มวิตามินต่างๆ เข้าสู่ผิว โดยที่ไม่ต้องใช้เข็มหรือทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง คล้าย Electroporation โดยการทำทรีทเม้นท์หน้าจากการนำสารละลายยาซึมเข้าสู่ผิวโดยใช้กระแสไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์สูงและ ปล่อยเป็นPulse (จังหวะ) บริเวณผิวหนังซึ่งทำให้เกิดการเปลียนแปลงชั่วคราวของโครงสร้างชั้นไขมันที่เยื่อหุ้มเซลล์มีผลทำให้เกิด Electropore (รูหรือเส้นทางใหม่ที่ทำให้เพิ่มการแพร่ซึมผ่านได้มากขึ้น)โดยเฉพาะที่ชั้นผิว Stratum Corneum ชั้นบนสุดของผิวหนังซึ่งส่วนใหญ่เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว
การทำทรีทเม้นท์หน้า Derma Bright ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- การทำทรีทเม้นท์หน้าจะช่วยให้ผิวจะสดใส และชุ่มชื้นขึ้น รอยดำ ฝ้า กระ บนใบหน้าจะจางลงเร็วขึ้น ความหมองคล้ำลดลง
- การทำทรีทเม้นท์หน้าจะช่วยให้ลดการเกิดริ้วรอยและรอยดำ ช่วยขจัดเซลล์ผิวและเผยผิวใหม่ที่สดใสและนุ่มนวล กว่าเดิม
- การทำทรีทเม้นท์หน้าจะช่วยให้รอยแผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้นและลดเลือนริ้วรอยเล็กในระยะยาว
- การทำทรีทเม้นท์หน้าจะช่วยขจัดความหมองคล้ำและลดเลือนรอยดำที่มีอยู่เดิม พร้อมป้องกันการเกิดรอยดำและความหมองคล้ำจากแสงแดด
การทำทรีทเม้นท์หน้านอกจากนี้ยังมีกลไกในการกระตุ้นผิวหนังและกล้ามเนื้อทำให้ผิวหน้าตึงกระชับ โดยสามารถพบความแตกต่างหลังทำได้ทันทีมีความสะดวกสบาย รวดเร็ว ปลอดภัยสูง
การทำทรีทเม้นท์หน้า Derma Bright เหมาะสำหรับใครบ้าง
- การทำทรีทเม้นท์หน้าเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวหน้าต้องการวิตามิน เพื่อกระตุ้นให้ผิวกลับมาดูสุขภาพดีอีกครั้
- การทำทรีมเม้นต์หน้านั้นเหมาสำหรับผู้ที่ต้องการกู้หน้าจากปัญหาผิวเสียสะสม และสกินแคร์ที่ใช้ทาไม่สามารถช่วยได้
- การทำทรีทเม้นต์หน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยจากสิว หรือความหมองคล้ำจากแดดสะสม
ที่ดีมอร์ คลินิก การทำทรีทเม้นต์หน้า Derma Bright คือหนึ่งในทางเลือกที่ทันสมัย และให้ผลลัพธ์ดีสำหรับการดูแลผิวไม่แพ้การบำรุงผิวด้วยวิธีอื่น ๆ หากคุณบำรุงผิวหน้ามานาน แต่ก็ยังไม่เป็นที่่น่าพอใจ ลองให้การทำทรีทเม้นต์ Derma Bright ได้แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ ให้กับคุณ
รีวิวจาก Facebook
รีวิวการทำ DERMA BRIGHT
เสริมจมูกอยู่ได้กี่ปี? ต้องเปลี่ยนซิลิโคนหรือไม่ คลายทุกข้อสงสัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความเข้าใจผิดเรื่อง “อายุการใช้งานของซิลิโคน” เป็นหนึ่งในข้อสงสัยอันดับต้นๆ ของผู้ที่กำลังวางแผนทำศัลยกรรมใบหน้า หลายคนเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี หรือ 10 ปี จำเป็นต้องกลับไปผ่าตัดเอาซิลิโคนเก่าออกแล้วใส่แท่งใหม่เข้าไปแทน เพื่อป้องกันปัญหาซิลิโคนหมดอายุหรือเน่าเสีย แต่ในทางเวชศาสตร์ศัลยกรรมตกแต่ง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัสดุสังเคราะห์และโครงสร้างจมูกมีความละเอียดอ่อนกว่านั้น การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ (Implant Grade Silicone) มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้โดยไม่ย่อยสลาย หมอตุ๊ก แพทย์หญิงปาลิดา นาคีศิริ และทีมแพทย์จาก

เสริมจมูกครั้งแรกต้องเตรียมตัวอย่างไร? เช็กลิสต์ขั้นตอนเตรียมพร้อมฉบับสมบูรณ์
ผลลัพธ์ของทรงจมูกที่สโลปสวยเนียนตาทรงธรรมชาติ บวมช้ำน้อย และสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคนิคในห้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของร่างกายคนไข้ตั้งแต่ก่อนวันผ่าตัด สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเสริมจมูกเป็นครั้งแรก การรู้เช็กลิสต์ปฏิบัติตนที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้กระบวนการฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด แพทย์หญิงปาลิดา นาคีศิริ (หมอตุ๊ก) และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก DMOR Clinic ได้รวบรวมข้อปฏิบัติการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดที่ถูกต้องตามหลักความปลอดภัยสากล พร้อมแนะนำเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยถนอมโครงสร้าง เพื่อให้การทำจมูกครั้งแรกของคุณได้ทรงสวยละมุนอย่างมั่นใจ เช็กลิสต์การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก 1–2 สัปดาห์ การเตรียมความพร้อมของร่างกายล่วงหน้าจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและการทำงานของร่างกายอยู่ในภาวะสมบูรณ์ที่สุดก่อนเข้ารับการผ่าตัด: 1. งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรงดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs

จมูกเอียงหลังเสริมเกิดจากอะไร? รู้สาเหตุและวิธีรับมือก่อนสาย
ความกังวลเรื่องทรงจมูกดูไม่ตรงหลังการผ่าตัด เป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่นำไปสู่การตัดสินใจแก้จมูกการสังเกตและประเมินสาเหตุอย่างแม่นยำตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ผู้รับบริการสามารถจำแนกได้ว่าอาการดังกล่าวเป็นเพียงปฏิกิริยาบวมช้ำตามธรรมชาติ หรือเกิดจากความคลาดเคลื่อนของโครงสร้างฐานจมูกจริง เพื่อวางแผนรับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัย เช็กลิสต์ประเมินตนเองเบื้องต้น: บวมชั่วคราว หรือ เอียงเชิงโครงสร้าง? ประเมินจากกรอบเวลา (Timeline Assessment): บวมชั่วคราว: พบได้ในช่วง 1–4 สัปดาห์แรก เกิดจากแรงตึงของเนื้อเยื่อและการบวมของหลอดเลือดที่ไม่เท่ากันสองฝั่ง เอียงเชิงโครงสร้าง: ทรงจมูกยังคงเอียงอย่างเห็นได้ชัดแม้เวลาผ่านไปเกิน 3–6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เนื้อเยื่อยุบบวมและสมานตัวเต็มที่แล้ว ประเมินจากการคลำสัมผัส (Physical Touch):

ควรแก้จมูกเมื่อไหร่? เช็ก 7 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องแก้
ปัญหาหลังการเสริมจมูกไม่ได้แสดงอาการทันทีเสมอไป แต่อาจค่อยๆ ส่งสัญญาณเตือนเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นการหดรั้งของผืนพังผืด การเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อ หรือการวางซิลิโคนผิดชั้น การตัดสินใจเข้ารับบริการแก้จมูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม คือหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ผิวหนังปลายจมูกเกิดการอักเสบทะลุ และช่วยจัดโครงสร้างใหม่ให้ได้ทรงสโลปสวยหวาน ดูเป็นธรรมชาติอย่างปลอดภัย การประเมินอาการเตือนภัยและแนวทางการผ่าตัดแก้ไขจมูก เมื่อจมูกเดิมเริ่มส่งสัญญาณเตือน ความเสียหายโครงสร้างแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน รูปแบบแต่ละท่านจะมีแนวทางผ่าตัดการรักษา ที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม อาการปลายจมูกบางใส สะท้อนแสง หรือผิวหนังตึงใส: เกิดจากแท่งซิลิโคนยาวหรือฝืนเนื้อหนังจมูกมากเกินไป แนวทางแก้ไขคือการผ่าตัดถอดลดขนาดซิลิโคนเดิมให้พอดีกับมิติใบหน้า พร้อมใช้เทคนิคเสริมกระดูกอ่อนหลังหูหรือเนื้อเยื่อตัวเองมารองปลาย เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและป้องกันการทะลุในระยะยาว อาการซิลิโคนลอย โยกได้เมื่อสัมผัส: สาเหตุมาจากการวางแท่งซิลิโคนผิดชั้น

แก้จมูกรอบสองพักฟื้นกี่วัน? รู้ก่อนทำ ต้องหยุดงานนานแค่ไหน
ปัญหาจมูกเบี้ยว เอียง ซิลิโคนลอย หรือปลายบางจนเสี่ยงทะลุ เป็นเรื่องชวนปวดหัวที่ทำให้หลายคนต้องมองหาทางออกด้วยการแก้จมูก แต่สิ่งแรกที่มักทำให้เกิดความกังวลใจคือ “ต้องลาหยุดงานกี่วัน?” เนื่องจากโครงสร้างจมูกที่ผ่านการผ่าตัดมาแล้วจะมีความซับซ้อนของพังผืดเดิม การวางแผนพักฟื้นและคำนวณวันลาอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือได้อย่างมั่นใจ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น ตารางสรุปไทม์ไลน์พักฟื้น และคำแนะนำวันลาหยุดตามสายอาชีพ ระยะเวลาพักฟื้น สภาพแผลและการยุบบวม จำนวนวันลาที่แนะนำตามอาชีพ วันที่ 1 – 3 อาการบวมช้ำสูงสุดในช่วง 3 วันแรก ควรนอนศรีษะอยู่เหนือสูงกว่าระดับหัวใจ และ ควรประคบเย็น

แก้ทรงจมูกมีกี่แบบ? รู้จักวิธีแก้จมูกให้เหมาะกับปัญหาแต่ละประเภท
การ แก้ทรงจมูก ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนซิลิโคนหรือปรับรูปทรงให้สวยขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วแต่ละคนมีโครงสร้างเดิม สภาพเนื้อเยื่อ และปัญหาที่ต้องการแก้แตกต่างกัน บางคนอาจต้องการปรับทรงเดิมให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาจากการเสริมครั้งก่อน เช่น จมูกเบี้ยวหรือเอียง ปลายจมูกบาง จมูกสั้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภายใน ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกก่อนว่า “อยากทำเทคนิคไหน” แต่ควรเริ่มจากการประเมินว่า จมูกมีปัญหาตรงไหน โครงสร้างเดิมเป็นอย่างไร และเทคนิคใดเหมาะกับจมูกของแต่ละคน ทำไมถึงต้องแก้ทรงจมูก? ปัญหาแบบไหนควรปรึกษาแพทย์ เหตุผลในการแก้ทรงจมูกของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการเสริมครั้งก่อน หรือความต้องการปรับรูปทรงให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น