Dmor Clinic

ศัลยกรรมจมูก & แก้จมูก

ศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก และแก้จมูก (Rhinoplasty) ที่ดีมอร์ คลินิก Dmor Clinic

การมีจมูกที่ได้สัดส่วนและรับกับใบหน้าช่วยเสริมมิติของใบหน้าและเพิ่มความมั่นใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ ศัลยกรรมจมูก (Rhinoplasty) จึงเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยม ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการ เสริมจมูก เพื่อปรับรูปทรงให้โด่งสวย หรือ แก้จมูก เพื่อแก้ไขปัญหาจากการผ่าตัดครั้งก่อน เช่น จมูกเอียง จมูกเบี้ยว ปลายบาง หรือรูปทรงไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

ที่ Dmor Clinic ศัลยแพทย์จะประเมินโครงสร้างจมูก สัดส่วนของใบหน้า และความต้องการของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Close Rhinoplasty, OMP (Open Mor Preservation) หรือการปรับโครงสร้างจมูกร่วมกับการวางซิลิโคนใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและเหมาะกับแต่ละบุคคล

ศัลยกรรมจมูกคืออะไร

ศัลยกรรมจมูก (Rhinoplasty) คือการผ่าตัดเพื่อปรับรูปทรงหรือแก้ไขโครงสร้างของจมูกให้มีความสมดุลกับสัดส่วนของใบหน้า โดยสามารถทำได้ทั้งเพื่อเสริมความสวยงามและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างจมูกเดิมหรือการศัลยกรรมครั้งก่อน การผ่าตัดแต่ละเคสจะมีการวางแผนแตกต่างกันตามลักษณะโครงสร้างจมูก เนื้อจมูก และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติ

โดยทั่วไป ศัลยกรรมจมูกสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ การเสริมจมูก (Primary Rhinoplasty) สำหรับผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกครั้งแรก เพื่อเพิ่มความโด่ง ปรับสันจมูก หรือปรับปลายจมูกให้รับกับใบหน้า และ การแก้จมูก (Revision Rhinoplasty) สำหรับผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วและต้องการแก้ไขปัญหา เช่น จมูกเอียง จมูกเบี้ยว ซิลิโคนเคลื่อน ปลายจมูกบาง หรือไม่พึงพอใจกับรูปทรงเดิม

การศัลยกรรมจมูกในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการทำให้จมูกโด่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบรูปทรงให้สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้า ความแข็งแรงของเนื้อจมูก และความปลอดภัยในระยะยาว ศัลยแพทย์จึงต้องประเมินองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งสัดส่วนของใบหน้า คุณภาพของผิวหนัง ความหนาของเนื้อจมูก รวมถึงความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการ เพื่อเลือกเทคนิคและวัสดุที่เหมาะสมในแต่ละเคส

ที่ Dmor Clinic ศัลยแพทย์จะประเมินโครงสร้างจมูกอย่างละเอียดก่อนวางแผนการรักษา พร้อมเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Close Rhinoplasty, OMP (Open Mor Preservation) ซึ่งเป็นเทคนิค Open แบบถนอมโครงสร้าง หรือเทคนิคการปรับโครงสร้างร่วมกับการวางซิลิโคนใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาและลักษณะจมูกของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์มีความเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับใบหน้า

ศัลยกรรมจมูกมีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร

ศัลยกรรมจมูกสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามวัตถุประสงค์ของการรักษา ได้แก่ การเสริมจมูก (Primary Rhinoplasty) สำหรับผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกครั้งแรก และ การแก้จมูก (Revision Rhinoplasty) สำหรับผู้ที่เคยผ่านการเสริมจมูกมาแล้วและต้องการแก้ไขปัญหาหรือปรับรูปทรงใหม่ โดยทั้งสองประเภทมีขั้นตอน เทคนิค และความซับซ้อนที่แตกต่างกัน ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างจมูกและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ประเภท

เสริมจมูก

แก้จมูก

เหมาะสำหรับ

ผู้ที่ไม่เคยทำศัลยกรรมจมูก

ผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว

จุดประสงค์

ปรับรูปทรง เพิ่มความโด่ง และเสริมมิติให้ใบหน้า

แก้ไขปัญหาหรือปรับรูปทรงจากการผ่าตัดเดิม

ความซับซ้อน

น้อยกว่า

มากกว่า เนื่องจากต้องประเมินโครงสร้างและเนื้อเยื่อเดิม

เทคนิคที่ใช้

Close Rhinoplasty หรือเทคนิคอื่นตามความเหมาะสม

Close Rhinoplasty, OMP (Open Mor Preservation) หรือเทคนิคอนุรักษ์โครงสร้าง

เสริมจมูก (Primary Rhinoplasty)

การเสริมจมูกเป็นการศัลยกรรมสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกเป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มความโด่งของสันจมูก ปรับปลายจมูก หรือออกแบบรูปทรงให้รับกับสัดส่วนของใบหน้า โดยศัลยแพทย์จะพิจารณาจากโครงสร้างจมูกเดิม ความหนาของผิวหนัง และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกเทคนิคและวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและความปลอดภัย

ผู้ที่เหมาะกับการเสริมจมูก เช่น

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความโด่งของสันจมูก
  • ผู้ที่ต้องการปรับปลายจมูกให้ได้รูป
  • ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูมีมิติและสมดุลมากขึ้น
  • ผู้ที่ไม่เคยผ่านการศัลยกรรมจมูกมาก่อน

แก้จมูก (Revision Rhinoplasty)

การแก้จมูกเป็นการศัลยกรรมสำหรับผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว แต่ต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือปรับรูปทรงใหม่ให้เหมาะกับใบหน้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งมักมีความซับซ้อนกว่าการเสริมจมูกครั้งแรก เนื่องจากศัลยแพทย์ต้องประเมินทั้งซิลิโคนเดิม เนื้อเยื่อ พังผืด และโครงสร้างจมูกก่อนวางแผนการรักษา

ปัญหาที่พบบ่อยในการแก้จมูก ได้แก่

  • จมูกเอียงหรือเบี้ยว
  • ซิลิโคนเคลื่อนหรือเห็นเป็นสันชัด
  • ปลายจมูกบางหรือมีความเสี่ยงต่อการทะลุ
  • รูปทรงจมูกไม่รับกับใบหน้า
  • ต้องการปรับทรงใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

สำหรับเคสที่มีความซับซ้อน ศัลยแพทย์อาจพิจารณาใช้ OMP (Open Mor Preservation) ซึ่งเป็นเทคนิค Open แบบถนอมโครงสร้าง หรือเทคนิคอื่นที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล

แม้ว่าทั้ง การเสริมจมูก และ การแก้จมูก จะอยู่ในกลุ่มศัลยกรรมจมูก (Rhinoplasty) เหมือนกัน แต่ทั้งสองหัตถการมีวัตถุประสงค์ ขั้นตอน และความซับซ้อนที่แตกต่างกัน การเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมจึงควรอาศัยการประเมินโดยศัลยแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างจมูกและความต้องการของแต่ละบุคคล

โดยทั่วไป การเสริมจมูก (Primary Rhinoplasty) เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการศัลยกรรมจมูกมาก่อน และต้องการปรับรูปทรง เพิ่มความโด่งของสันจมูก ปรับปลายจมูก หรือเสริมมิติให้ใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

ในขณะที่ การแก้จมูก (Revision Rhinoplasty) เหมาะสำหรับผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว แต่ต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น จมูกเอียง ซิลิโคนเคลื่อน ปลายจมูกบาง ซิลิโคนทะลุ หรือไม่พึงพอใจกับรูปทรงเดิม ซึ่งมักเป็นการผ่าตัดที่มีความละเอียดและซับซ้อนมากกว่าการเสริมจมูกครั้งแรก เนื่องจากศัลยแพทย์ต้องประเมินทั้งโครงสร้างเดิม พังผืด และเนื้อเยื่อก่อนวางแผนการรักษาไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูกหรือแก้จมูก สิ่งสำคัญคือการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับลักษณะจมูกของแต่ละบุคคล เพราะการออกแบบจมูกที่ดีไม่ได้มีรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่ต้องคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้า ความแข็งแรงของโครงสร้าง และผลลัพธ์ในระยะยาว

ใครบ้างที่เหมาะกับการศัลยกรรมจมูก

ศัลยกรรมจมูกเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกให้รับกับสัดส่วนของใบหน้า หรือผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพ ทั้งนี้ ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างจมูก เนื้อจมูก และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

โดยทั่วไป ผู้ที่เหมาะกับการศัลยกรรมจมูก ได้แก่

  • ผู้ที่มีสันจมูกต่ำและต้องการเพิ่มมิติให้ใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการปรับปลายจมูกให้เรียวหรือได้รูปมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการให้จมูกรับกับสัดส่วนของใบหน้า
  • ผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วและต้องการแก้ไขรูปทรง
  • ผู้ที่มีปัญหาจมูกเอียง เบี้ยว หรือซิลิโคนเคลื่อน
  • ผู้ที่มีปลายจมูกบาง หรือมีความเสี่ยงต่อการทะลุ
  • ผู้ที่ไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์จากการศัลยกรรมครั้งก่อน
  • ผู้ที่ต้องการปรับลุคให้ดูละมุนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การศัลยกรรมจมูกไม่ใช่เพียงการเพิ่มความโด่งของสันจมูกเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงโครงสร้างเดิม ความหนาของผิวหนัง และความสมดุลของใบหน้าโดยรวม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติ

สัดส่วนของจมูกที่สวยงามและสมบูรณ์แบบ

  • ความยาวของจมูกคิดได้เป็น 1/3 ส่วนของใบหน้า (ทั้งสามส่วนต้องเท่ากัน) จากไรผมถึงส่วนหว่างคิ้ว หว่างคิ้วถึงปลายจมูก (ความยาวของจมูก) ปลายจมูก ถึงปลายคาง
  • ส่วนความกว้างของจมูก แบ่งเป็นส่วนของความกว้างใบหน้าโดยขอบปีกจมูกถึงขอบปีกจมูกอีกข้างควรจะเท่ากับระยะระหว่างหัวตาสองข้าง คือลากเส้นจากหัวตาลงมา ถ้าหากปีกจมูกล้ำเกินเส้นนี้ถือว่ามีความกว้างของจมูกมากเกินไป
  • ความชันของจมูกหรือความโด่งของจมูก ดูได้จากมุมของสันจมูกกับแนวของใบหน้า ซึ่งควรจะมีมุมเฉียง 36-40 องศา จึงจะได้ความโด่งของจมูกที่พอเหมาะ
  • มุมเงยของจมูก หรือความเชิดของปลายจมูก สังเกตได้จากแนวกลางของรูจมูกทำมุมกับแนวริมฝีปากบน ควรจะมีมุมอยู่ระหว่าง 100-110 องศา ถ้ามุมมากเกินไปจะทำให้เห็นรูจมูกที่เปิดกว้างเหมือนรูจมูกหมู และถ้าน้อยเกินไปจะมีลักษณะจมูกงุ้มเหมือนแม่มด

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมจมูก

  1. หากใช้ยาจำพวกแอสไพรินหรือวิตามินอี ควรหยุดยาล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการประมาณ 2 สัปดาห์
  2. ถ้ามีโรคประจำตัว หรือ แพ้ยาชนิดใด ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
  3. ไม่แต่งหน้ามากจนเกินไปก่อนมาผ่าตัดทำศัลยกรรมเสริมจมูก
  4. งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ขั้นตอนการทำศัลยกรรมจมูกสวยจากดีมอร์ คลินิก

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะฉีดยาชาบริเวณจมูก หลังจากนั้นจะเริ่มนำแท่งซิลิโคนที่ผ่านการเหลาตกแต่งเพื่อให้เข้ากับใบหน้ามาอย่างเรียบร้อยใส่ที่สันจมูก โดยแผลที่ผ่าตัดจะมีความยาวประมาณ 1 ซม. บริเวณขอบรูจมูก อาจจะเป็นการเปิดแผลสองข้าง  จากนั้นจะมีการผ่าตัดสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่สันจมูก หรือบริเวณใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ได้

เมื่อใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้เข้าไปแล้ว ศัลยแพทย์ก็จะทำการตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะเย็บปิดแผล ปิดปลาสเตอร์ หรือเฝือกจมูกเพื่อช่วยป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวม หลังการผ่าตัดให้นอนพักประมาณ 1 ชม. ให้หมดฤทธิ์ยาชา จากนั้นคุณก็สามารถกลับบ้านได้ โดยแพทย์จะนัดมาตัดไหมหลังการผ่าตัด 14 วัน และโดยทั่วไปแล้วจมูกจะหายบวมและเริ่มเข้าที่เมื่อผ่านไปประมาณ 1- 3 เดือน ดังนั้นต้องระมัดระวังเรื่องการโดนกระแทกขณะพักฟื้นด้วย

การดูแลหลังการทำศัลยกรรมจมูก

  • ประคบเย็นทันทีหลังทำและประคบเป็นระยะเวลา 3 วัน หลังจากนั้น ประคบอุ่นต่อ ในวันที่ 4 จนกว่าจะตัดไหม
  • นอนยกหัวสูง หรือนั่งหลับ 2 สัปดาห์แรกหลังศัลยกรรมเสริมจมูก
  • ห้ามแผลผ่าตัดในรูจมูกโดนน้ำ 14 วัน (กรณีที่มีการผ่าตัดกระดูกอ่อนหลังหูด้วย ห้ามแผลหลังหูโดนน้ำ 14 วัน) ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 14 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณจมูก)
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • หากมีเลือดซึมหรือน้ำเหลืองซึม ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ บริเวณด้านนอกรูจมูกเท่านั้น ห้ามเช็ดหรือถูด้านในรูจมูกโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ส่วนอาการเจ็บปวดบริเวณแผลในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเป็นอาการปกติ อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย
  • ต้องมาพบแพทย์ตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
  • ห้ามคาดเดารูปทรงในช่วง 1-6 เดือนแรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดองและงดการสูบบุหรี่ เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน
  • ดื่มน้ำมะพร้าวสดจากลูกวันละ 3-4 ลูก เพื่อช่วยให้อาการบวมลดลงได้

ทำไมจึงควรเลือกศัลยกรรมจมูกที่ Dmor Clinic

หากคุณกำลังมองหาคลินิกศัลยกรรมจมูก และยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกเสริมจมูกหรือแก้จมูกที่ไหนดี Dmor Clinic พร้อมดูแลโดยศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมจมูก ที่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและลักษณะจมูกของแต่ละบุคคล เพื่อออกแบบรูปทรงที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความโด่ง แต่คำนึงถึงความสมดุล ความเป็นธรรมชาติ และความปลอดภัยในการรักษา

ทีมแพทย์ของ Dmor Clinic มีประสบการณ์ในการดูแลทั้งเคสเสริมจมูกครั้งแรกและเคสแก้จมูกที่มีความซับซ้อน พร้อมเลือกใช้เทคนิคการผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค Close Rhinoplasty สำหรับเคสที่เหมาะสม หรือ OMP (Open Mor Preservation) ซึ่งเป็นเทคนิค Open แบบถนอมโครงสร้าง ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถปรับแก้รายละเอียดของโครงสร้างจมูกได้อย่างแม่นยำ พร้อมคงโครงสร้างเดิมที่แข็งแรงไว้ให้มากที่สุด

นอกจากนี้ Dmor Clinic ยังเลือกใช้ ซิลิโคนมาตรฐานทางการแพทย์ (Implant grade Silicone) และให้ความสำคัญกับการวางซิลิโคนใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อช่วยให้ซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดโอกาสการเคลื่อนตัว และช่วยให้สันจมูกดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งนี้ ศัลยแพทย์จะพิจารณาเลือกวัสดุและเทคนิคให้เหมาะกับโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล

ไม่ว่าคุณจะต้องการเสริมจมูกครั้งแรก หรือแก้ไขปัญหาจากการศัลยกรรมเดิม ทีมแพทย์ของ Dmor Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของตนเอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัลยกรรมจมูก

Q: ศัลยกรรมจมูกเจ็บหรือไม่?

A: ในระหว่างการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะใช้ยาชาหรือวิธีระงับความรู้สึกตามความเหมาะสม จึงไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด หลังการผ่าตัดอาจมีอาการตึงหรือปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาตามที่แพทย์สั่ง ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน

A: โดยทั่วไปอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนผลลัพธ์จะค่อย ๆ เข้าที่ในช่วงประมาณ 1-3 เดือน หรืออาจใช้เวลานานกว่านั้นในบางราย ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล

A: ผลลัพธ์ของศัลยกรรมจมูกสามารถอยู่ได้เป็นเวลานาน หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและไม่มีอุบัติเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างจมูก อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

A: โดยทั่วไปควรเป็นผู้ที่โครงสร้างใบหน้าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว และมีสุขภาพแข็งแรง ศัลยแพทย์จะประเมินทั้งด้านร่างกายและความพร้อมของผู้เข้ารับบริการก่อนพิจารณาการรักษา

A: สามารถทำได้ โดยศัลยแพทย์จะตรวจประเมินโครงสร้างจมูก ซิลิโคนเดิม และสภาพเนื้อเยื่อก่อนเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เนื่องจากการแก้จมูกแต่ละเคสมีรายละเอียดและความซับซ้อนแตกต่างกัน

A: ไม่จำเป็น การใช้กระดูกอ่อนจะขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างจมูก ความหนาของเนื้อจมูก และเป้าหมายของการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกแนวทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

A: หลังการผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงการใส่แว่นที่กดทับบริเวณสันจมูกในช่วงแรก เพื่อป้องกันแรงกดที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัว ระยะเวลาที่เหมาะสมในการกลับมาใส่แว่นควรเป็นไปตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ในแต่ละเคส

A: ควรงดกิจกรรมที่ใช้แรงมากหรือมีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณจมูกในช่วงแรก หลังจากนั้นสามารถกลับมาออกกำลังกายได้ตามลำดับ โดยควรได้รับคำแนะนำจากศัลยแพทย์ก่อนเริ่มทำกิจกรรมหนัก

A: ศัลยกรรมจมูกสามารถช่วยเพิ่มมิติและความสมดุลของใบหน้าได้ แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิมและการออกแบบทรงจมูกที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับองค์ประกอบโดยรวม

A: ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ประวัติการศัลยกรรมที่ผ่านมา รวมถึงรูปทรงจมูกที่ต้องการ เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถประเมินโครงสร้าง วางแผนการรักษา และอธิบายเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างครบถ้วน

บริการศัลยกรรมและความงามอื่น ๆ ที่ Dmor Clinic

นอกจากบริการ ศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก และแก้จมูก แล้ว Dmor Clinic ยังให้บริการศัลยกรรมตกแต่งและหัตถการด้านความงามอื่น ๆ โดยทีมศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ พร้อมวางแผนการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์มีความสมดุลและเป็นธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น 

  • ศัลยกรรมปากกระจับ เพื่อปรับรูปทรงริมฝีปากให้ได้สัดส่วนและรับกับใบหน้า
  • ศัลยกรรมเสริมคาง เพื่อเพิ่มมิติและปรับสมดุลของใบหน้า
  • ศัลยกรรมตาสองชั้น เพื่อดวงตาที่ดูสดใสและเหมาะกับรูปตาเดิม
  • ศัลยกรรมตัดปีกจมูก สำหรับผู้ที่ต้องการปรับความกว้างของปีกจมูกให้รับกับรูปหน้า
  • ศัลยกรรมเสริมหน้าอก เพื่อเสริมความมั่นใจและปรับสัดส่วนของรูปร่าง
  • ศัลยกรรมหูกางและปรับแก้ทรงหู เพื่อปรับรูปทรงใบหูให้สมดุลกับใบหน้า
  • ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าอื่น ๆ โดยศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Dmor Clinic

หากยังไม่แน่ใจว่าหัตถการหรือศัลยกรรมรูปแบบใดเหมาะกับคุณ สามารถเข้ารับคำปรึกษากับทีมแพทย์ของ Dmor Clinic เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้

สัดส่วนของจมูกที่สวยงามและสมบูรณ์แบบ

  • ความยาวของจมูกคิดได้เป็น 1/3 ส่วนของใบหน้า (ทั้งสามส่วนต้องเท่ากัน) จากไรผมถึงส่วนหว่างคิ้ว หว่างคิ้วถึงปลายจมูก (ความยาวของจมูก) ปลายจมูก ถึงปลายคาง
  • ส่วนความกว้างของจมูก แบ่งเป็นส่วนของความกว้างใบหน้าโดยขอบปีกจมูกถึงขอบปีกจมูกอีกข้างควรจะเท่ากับระยะระหว่างหัวตาสองข้าง คือลากเส้นจากหัวตาลงมา ถ้าหากปีกจมูกล้ำเกินเส้นนี้ถือว่ามีความกว้างของจมูกมากเกินไป
  • ความชันของจมูกหรือความโด่งของจมูก ดูได้จากมุมของสันจมูกกับแนวของใบหน้า ซึ่งควรจะมีมุมเฉียง 36-40 องศา จึงจะได้ความโด่งของจมูกที่พอเหมาะ
  • มุมเงยของจมูก หรือความเชิดของปลายจมูก สังเกตได้จากแนวกลางของรูจมูกทำมุมกับแนวริมฝีปากบน ควรจะมีมุมอยู่ระหว่าง 90-95 องศา ถ้ามุมมากเกินไปจะทำให้เห็นรูจมูกที่เปิดกว้างเหมือนรูจมูกหมู และถ้าน้อยเกินไปจะมีลักษณะจมูกงุ้มเหมือนแม่มด

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมจมูก

  1. หากใช้ยาจำพวกแอสไพรินหรือวิตามินอี ควรหยุดยาล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการประมาณ 2 สัปดาห์
  2. ถ้ามีโรคประจำตัว หรือ แพ้ยาชนิดใด ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
  3. ไม่แต่งหน้ามากจนเกินไปก่อนมาผ่าตัดทำศัลยกรรมเสริมจมูก
  4. งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การดูแลหลังการทำศัลยกรรมจมูก

  1. ประคบเย็นทันที หลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48-72 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง
  2. นอนยกหัวสูง หรือนั่งหลับ 2 สัปดาห์แรกหลังศัลยกรรมเสริมจมูก
  3. ห้ามแผลผ่าตัดในรูจมูกโดนน้ำ 14 วัน (กรณีที่มีการผ่าตัดกระดูกอ่อนหลังหูด้วย ห้ามแผลหลังหูโดนน้ำ 14 วัน) ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 14 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณจมูก)
  4. ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  5. หากมีเลือดซึมหรือน้ำเหลืองซึม ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ บริเวณด้านนอกรูจมูกเท่านั้น ห้ามเช็ดหรือถูด้านในรูจมูกโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ส่วนอาการเจ็บปวดบริเวณแผลในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเป็นอาการปกติ อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย
  6. ต้องมาพบแพทย์ตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
  7. ห้ามคาดเดารูปทรงในช่วง 1-6 เดือนแรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
  8. งดดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดองและงดการสูบบุหรี่ เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน
  9. ดื่มน้ำมะพร้าวสดจากลูกวันละ 3-4 ลูก เพื่อช่วยให้อาการบวมลดลงได้
หากยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกใช้บริการศัลยกรรมจมูกภายในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หรือในชลบุรีที่ไหนดี และอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการศัลยกรรมจมูกเพิ่มเติม ดีมอร์ คลินิก ยินดีให้คุณได้ลองเข้ามาพูดคุย ปรึกษากับทีมแพทย์จากดีมอร์ คลินิกก่อนได้ เพื่อตรวจสอบลักษณะโครงหน้าและรูปแบบจมูกที่เหมาะกับคุณ รวมไปถึงถึงการเตรียมตัวก่อน และหลังการศัลยกรรมจมูกทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณได้รับการศัลยกรรมจมูกที่สวยได้รูปแบบตรงใจคุณที่สุด ทั้งยังดูเป็นธรรมชาติโดดเด่นอย่างมั่นใจ

โปรโมชั่น

รีวิวจาก Facebook