Dmor Clinic

ร้อยไหม

ร้อยไหม FINE THREAD LIFTING

ไหมที่ร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง จะกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่เส้นเล็กๆบริเวณนั้น และส่งผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบๆแนวเส้นไหม เกิดการสร้างโครงข่ายคอลลาเจนใหม่ ทำให้เกิดการดึงรั้งให้ผิวเต่งตึงยกกระชับขึ้น ซึ่งหลังจากไหมสลายตัวหมดไป โครงสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นจะยังเป็นตัวค้ำจุนผิวดังโครงข่ายใยแห ทำให้ผิวยังเต่งตึงและกระชับขึ้นเรื่อยๆและได้ผลต่อเนื่องนาน 12-18 เดือนขึ้นไป

ทำไมต้องร้อยไหม ปรับรูปหน้า ที่ Dmor clinic

  1. แพทย์ มีความเชียวชาญด้านการร้อยไหมละลายเกาหลีโดยตรง
  2. ไหมละลาย ที่ใช้ในการร้อยไหม เป็นไหมละลายที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลีโดยผ่านการรับรอง จาก KFDA และองค์การอาหารและยาในประเทศไทย (อ.ย.) มั่นใจในเรื่องของปลอดภัย

การร้อยไหมเหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อยคล้อยเล็กน้อย
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีผิวที่แน่นกระชับและสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน

การร้อยไหมทำเพื่ออะไร

การร้อยไหม ช่วยในเรื่องการปรับรูปหน้าและฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณที่ทำ ทำให้ผิวหน้าแน่นกระชับขึ้น

  • ร้อยไหม ปรับรูปหน้าและคอ ให้อ่อนวัยลง
  • แก้ไขร่องรอยแห่งความชรา ยกหนังตาหรือคิ้วที่ตกริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและลำคอ ร่องแก้ม มุมปากตก
  • ปรับรูปเหนียงใต้คาง คางสองชั้น

ไหมที่ใช้เป็นไหมอะไร? ประเภทของไหมที่ใช้ ร้อยไหม มีดังนี้

1. ไหมที่ไม่สามารถละลายได้ (Non-Absorbable Thread) ได้แก่
ไหมทอง (Gold Thread) ไหม Aptos ไหมกลุ่มนี้ คุณสมบัติตรงตามชื่อคือไม่ละลายแม้ว่าเวลาผ่านไปนานกี่ปี ซึ่งเรียกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเมื่อเวลาผ่านไป บางครั้งผิวบางลงแต่ไหมยังอยู่ เกิดปัญหา เห็นและคลำปมไหมได้ และเห็นปลายเส้นไหมโผล่ได้

2. ไหมละลาย (Absorbable Thread) ได้แก่

  • ไหมละลายธรรมดา : เป็นไหมPDO ธรรมดา หรือไหม Mono Thread ซึ่งเหมาะสำหรับ ริ้วรอยตื้นหรือพื้นที่เล็กๆ ช่วยให้หน้าแน่นกระชับขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นยกกระชับได้ชัดเจนนักหลังทำ ต้องรอผล 1-3 เดือนจึงเริ่มเห็นผล
  • ไหมเกลียว : เป็นไหม PDO Twist หรือชื่อ Tornado Thread , Hurricane Thread ซึ่งจะมีการหมุนจนเป็นเกลียวรอบๆ เข็ม เพิ่มแรงดึงได้ดีกว่าไหม PDO ธรรมดา เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ไหมเงี่ยง ไหมก้างปลา หรือไหมล็อก : เป็นไหม PDO with COG เช่น BARB Thread, COG Thread เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก กระตุันการสร้างคอลลาเจนได้ดี ช่วยให้หน้าแน่นและยกกระชับปรับรูปหน้าได้ผลดี

3. Mixed Thread

  • เป็นไหมที่มีส่วนผสมหลายอย่าง เช่น Silicone, Polyamide, Polyurethane เช่น ไหม Silhouette Lift หรือไหมกรวย, ไหม Tissue Lift ที่ดีมอร์คลินิก เราใช้ไหมในกลุ่มที่2 คือไหมละลายเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ว่าไม่ทิ้งเป็นสิ่งแปลกปลอมตกค้าง ที่สำคัญต้องเป็นชนิดที่ผ่านอย. แล้วเท่านั้น

ขั้นตอนการทำหัตถการร้อยไหมเป็นอย่างไร

เริ่มโดยทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการทำ หลังจากนั้นจะทายาชาไว้ประมาณ 45 นาที และจากนั้นแพทย์จะเริ่มลงมือร้อยไหมโดยใช้เข็มขนาดเล็ก

การทำหัตถการร้อยไหมแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเท่าไร

ใช้เวลาในการร้อยไหมประมาณ 30-60 นาที ซึ่งขึ้นอยู่กับบริเวณ

 

ข้อแนะนำก่อนและหลังร้อยไหม

  • ก่อนทำควรงดอาหารเสริม,วิตามินอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์(เช่น วิตามินซี, วิตามินอี, พริมโรส, แปะก๊วยน้ำมันปลา ฯลฯซึ่งเหล่านี้มีผลกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้เวลามารับการร้อยไหม เลือดออกง่าย ช้ำง่าย)
  • หลังทำงดการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์งดออกกำลังกายหนักๆ โยคะ อบซาวน่า 1-2 สัปดาห์
  • ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อ

ผลข้างเคียงที่อาจได้รับ

วิธีนี้ไม่ใช่การผ่าตัดจึงไม่มีแผลขนาดใหญ่ อาจมีรอยเจาะของเข็มเพียงเล็กน้อย หลังจากการทำไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีรอยเขียวช้ำเกิดขึ้นได้ หลังจากร้อยไหมแล้ว อาจมีการเพิ่มแรงดันบริเวณใบหน้าด้วยการกดเบาๆ ทั่วใบหน้า ร่วมกับการประคบเย็น อาจมีการสั่งยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อไปรับประทานต่อที่บ้านประมาณ 1 อาทิตย์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

โปรโมชั่น

รีวิวจาก Facebook

รีวิวร้อยไหม

รีวิวการร้อยไหม

เสริมจมูก อยู่ได้กี่ปี ต้องถอดเปลี่ยนซิลิโคนไหม สรุปข้อเท็จจริง

เสริมจมูกอยู่ได้กี่ปี? ต้องเปลี่ยนซิลิโคนหรือไม่ คลายทุกข้อสงสัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ความเข้าใจผิดเรื่อง “อายุการใช้งานของซิลิโคน” เป็นหนึ่งในข้อสงสัยอันดับต้นๆ ของผู้ที่กำลังวางแผนทำศัลยกรรมใบหน้า หลายคนเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี หรือ 10 ปี จำเป็นต้องกลับไปผ่าตัดเอาซิลิโคนเก่าออกแล้วใส่แท่งใหม่เข้าไปแทน เพื่อป้องกันปัญหาซิลิโคนหมดอายุหรือเน่าเสีย แต่ในทางเวชศาสตร์ศัลยกรรมตกแต่ง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัสดุสังเคราะห์และโครงสร้างจมูกมีความละเอียดอ่อนกว่านั้น การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ (Implant Grade Silicone) มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้โดยไม่ย่อยสลาย หมอตุ๊ก แพทย์หญิงปาลิดา นาคีศิริ และทีมแพทย์จาก

อ่านเพิ่มเติม
เสริมจมูกครั้งแรกต้องเตรียมตัวอย่างไร เช็กลิสต์ก่อนผ่าตัด

เสริมจมูกครั้งแรกต้องเตรียมตัวอย่างไร? เช็กลิสต์ขั้นตอนเตรียมพร้อมฉบับสมบูรณ์

ผลลัพธ์ของทรงจมูกที่สโลปสวยเนียนตาทรงธรรมชาติ บวมช้ำน้อย และสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคนิคในห้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของร่างกายคนไข้ตั้งแต่ก่อนวันผ่าตัด สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเสริมจมูกเป็นครั้งแรก การรู้เช็กลิสต์ปฏิบัติตนที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้กระบวนการฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด แพทย์หญิงปาลิดา นาคีศิริ (หมอตุ๊ก) และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก DMOR Clinic ได้รวบรวมข้อปฏิบัติการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดที่ถูกต้องตามหลักความปลอดภัยสากล พร้อมแนะนำเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยถนอมโครงสร้าง เพื่อให้การทำจมูกครั้งแรกของคุณได้ทรงสวยละมุนอย่างมั่นใจ เช็กลิสต์การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก 1–2 สัปดาห์ การเตรียมความพร้อมของร่างกายล่วงหน้าจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและการทำงานของร่างกายอยู่ในภาวะสมบูรณ์ที่สุดก่อนเข้ารับการผ่าตัด: 1. งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรงดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs

อ่านเพิ่มเติม
จมูกเอียงหลังเสริมเกิดจากอะไร รู้สาเหตุวิธี แก้จมูก ให้ตรงจุด

จมูกเอียงหลังเสริมเกิดจากอะไร? รู้สาเหตุและวิธีรับมือก่อนสาย

ความกังวลเรื่องทรงจมูกดูไม่ตรงหลังการผ่าตัด เป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่นำไปสู่การตัดสินใจแก้จมูกการสังเกตและประเมินสาเหตุอย่างแม่นยำตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ผู้รับบริการสามารถจำแนกได้ว่าอาการดังกล่าวเป็นเพียงปฏิกิริยาบวมช้ำตามธรรมชาติ หรือเกิดจากความคลาดเคลื่อนของโครงสร้างฐานจมูกจริง เพื่อวางแผนรับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัย เช็กลิสต์ประเมินตนเองเบื้องต้น: บวมชั่วคราว หรือ เอียงเชิงโครงสร้าง? ประเมินจากกรอบเวลา (Timeline Assessment): บวมชั่วคราว: พบได้ในช่วง 1–4 สัปดาห์แรก เกิดจากแรงตึงของเนื้อเยื่อและการบวมของหลอดเลือดที่ไม่เท่ากันสองฝั่ง เอียงเชิงโครงสร้าง: ทรงจมูกยังคงเอียงอย่างเห็นได้ชัดแม้เวลาผ่านไปเกิน 3–6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เนื้อเยื่อยุบบวมและสมานตัวเต็มที่แล้ว ประเมินจากการคลำสัมผัส (Physical Touch):

อ่านเพิ่มเติม
ควร แก้จมูก เมื่อไหร่ เช็ก 7 สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรู้

ควรแก้จมูกเมื่อไหร่? เช็ก 7 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องแก้

ปัญหาหลังการเสริมจมูกไม่ได้แสดงอาการทันทีเสมอไป แต่อาจค่อยๆ ส่งสัญญาณเตือนเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นการหดรั้งของผืนพังผืด การเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อ หรือการวางซิลิโคนผิดชั้น การตัดสินใจเข้ารับบริการแก้จมูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม คือหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ผิวหนังปลายจมูกเกิดการอักเสบทะลุ และช่วยจัดโครงสร้างใหม่ให้ได้ทรงสโลปสวยหวาน ดูเป็นธรรมชาติอย่างปลอดภัย การประเมินอาการเตือนภัยและแนวทางการผ่าตัดแก้ไขจมูก เมื่อจมูกเดิมเริ่มส่งสัญญาณเตือน ความเสียหายโครงสร้างแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน รูปแบบแต่ละท่านจะมีแนวทางผ่าตัดการรักษา ที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม อาการปลายจมูกบางใส สะท้อนแสง หรือผิวหนังตึงใส: เกิดจากแท่งซิลิโคนยาวหรือฝืนเนื้อหนังจมูกมากเกินไป แนวทางแก้ไขคือการผ่าตัดถอดลดขนาดซิลิโคนเดิมให้พอดีกับมิติใบหน้า พร้อมใช้เทคนิคเสริมกระดูกอ่อนหลังหูหรือเนื้อเยื่อตัวเองมารองปลาย เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและป้องกันการทะลุในระยะยาว อาการซิลิโคนลอย โยกได้เมื่อสัมผัส: สาเหตุมาจากการวางแท่งซิลิโคนผิดชั้น

อ่านเพิ่มเติม
how-long-to-recover-from-second-rhinoplastry

แก้จมูกรอบสองพักฟื้นกี่วัน? รู้ก่อนทำ ต้องหยุดงานนานแค่ไหน

ปัญหาจมูกเบี้ยว เอียง ซิลิโคนลอย หรือปลายบางจนเสี่ยงทะลุ เป็นเรื่องชวนปวดหัวที่ทำให้หลายคนต้องมองหาทางออกด้วยการแก้จมูก แต่สิ่งแรกที่มักทำให้เกิดความกังวลใจคือ “ต้องลาหยุดงานกี่วัน?” เนื่องจากโครงสร้างจมูกที่ผ่านการผ่าตัดมาแล้วจะมีความซับซ้อนของพังผืดเดิม การวางแผนพักฟื้นและคำนวณวันลาอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือได้อย่างมั่นใจ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น ตารางสรุปไทม์ไลน์พักฟื้น และคำแนะนำวันลาหยุดตามสายอาชีพ ระยะเวลาพักฟื้น สภาพแผลและการยุบบวม จำนวนวันลาที่แนะนำตามอาชีพ วันที่ 1 – 3 อาการบวมช้ำสูงสุดในช่วง 3 วันแรก ควรนอนศรีษะอยู่เหนือสูงกว่าระดับหัวใจ และ ควรประคบเย็น

อ่านเพิ่มเติม
แก้ทรงจมูกมีกี่แบบ? รู้จักวิธีแก้จมูกให้เหมาะกับปัญหาแต่ละประเภท

แก้ทรงจมูกมีกี่แบบ? รู้จักวิธีแก้จมูกให้เหมาะกับปัญหาแต่ละประเภท

การ แก้ทรงจมูก ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนซิลิโคนหรือปรับรูปทรงให้สวยขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วแต่ละคนมีโครงสร้างเดิม สภาพเนื้อเยื่อ และปัญหาที่ต้องการแก้แตกต่างกัน บางคนอาจต้องการปรับทรงเดิมให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาจากการเสริมครั้งก่อน เช่น จมูกเบี้ยวหรือเอียง ปลายจมูกบาง จมูกสั้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภายใน ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกก่อนว่า “อยากทำเทคนิคไหน” แต่ควรเริ่มจากการประเมินว่า จมูกมีปัญหาตรงไหน โครงสร้างเดิมเป็นอย่างไร และเทคนิคใดเหมาะกับจมูกของแต่ละคน ทำไมถึงต้องแก้ทรงจมูก? ปัญหาแบบไหนควรปรึกษาแพทย์ เหตุผลในการแก้ทรงจมูกของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการเสริมครั้งก่อน หรือความต้องการปรับรูปทรงให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม