เลเซอร์กำจัดขน
HAIR REMOVAL LASER
เพิ่มความมั่นใจได้อีก เมื่อจัดการ “ขน” ในตำแหน่งไม่พึงประสงค์ ให้เรียบเนียนกำจัดขนด้วย Laser เฉพาะด้าน ที่ดีมอร์คลินิก
แสงเลเซอร์กำจัดขนได้อย่างไร
ในการกำจัดด้วยเลเซอร์ จะใช้เลเซอร์ความยาวคลื่นที่เหมาะสม ไปทำลายเซลล์เม็ดสีในชั้นรากขน ซึ่งจะมีผลกับขนในระยะเจริญวัย (Anagen phase) เท่านั้น ทำให้ เส้นขนระยะเจริญวัยซึ่งมีอยู่ 25-30% ของเส้นขนทั้งหมดค่อยๆหลุดร่วงไปภายใน 2 อาทิตย์ หลังทำเลเซอร์ (บางเส้นอาจจะร่วงหลุดหลังทำทันที) เส้นขนที่ขึ้นใหม่จะขึ้นช้าลง เส้นเล็กลง บางลง สีอ่อนลง และค่อยๆขึ้นน้อยลงจนหมดไปในที่สุด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องทำเลเซอร์หลายครั้ง เพราะแต่ละครั้งที่ยิงเลเซอร์ก็จะกำจัดขนที่อยู่ในระยะเจริญวัยให้หลุดไป และต้องรอประมาณ 3-4 สัปดาห์ให้ขนระลอกใหม่ที่ขึ้นและเข้าสู่ระยะเจริญวัย จึงจะยิงซ้ำได้เต็มที่โดยทั่วไปยิงไป 5-8 ครั้ง ก็จะเหลือน้อยมาก หรือถ้ายังมีก้เป็นไรเส้นขนอ่อนๆบางๆ แทบไม่เห็นแล้ว (ในบางราย อาจจะแทบไม่ขึ้นหลังทำไปพียง 3 ครั้ง ขณะที่บางราย อาจต้องยิงมากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นกับสภาพเส้นขน หรือฮอร์โมน และการตอบสมองต่อแสงเลเซอร์ของแต่ละบุคคลด้วย)
ที่ดีมอร์ คลินิก ใช้นวัตกรรมเลเซอร์ใหม่ล่าสุด ประสิทธิภาพสูง ในการกำจัดขน ถือเป็น New generation IPL ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า IPL หลายเท่า มีระบบในการกำจัดขนที่เรียกว่า SHR Mode ( Super Hair Removal Mode) ซึ่งมีความโดดเด่นในการกำจัดขนได้รวดเร็ว และที่สำคัญ “ไม่เจ็บ” จึงเห็นผลการรักษาอย่างชัดเจน เพียงไม่กี่ครั้งหลังทำ นอกจากนี้ผิวที่ได้รับการรักษายังได้เรื่องความขาวใสเรียบเนียนขึ้น ลดกลิ่น ลดขนคุด รูขุมขนมีขนาดเล็กลง และลดการอุดตันในรูขุมขน
ขั้นตอนทำเลเซอร์กำจัดขน
- ตรวจสอบผิวหนัง และวิเคราะห์เส้นขน
- เตรียมผิวหนังและเส้นขน ให้มีความยาวเหมาะสมในการทำเลเซอร์ (ไม่แนะนำให้โกนมาเอง)
- ทาเจลเย็น บริเวณที่จะทำ โดยไม่ต้องใช้ยาชาหรือเครื่องเป่าลมเย็น เนื่องจากเครื่องเลเซอร์ชนิดนี้ใช้หัวยิงที่เป็นตัวทำความเย็น –10 องศา จึงแทบไม่รู้สึกเวลายิงเลย อาจจะมีอุ่นๆหรือรู้สึกดีดแต่ก็น้อยมาก
- ทำการยิงเลเซอร์ ใช้ระยะเวลาไม่นาน เพียง 10-15 นาที ในบริเวณรักแร้ หนวด เครา บิกินี เป็นต้น ถ้าพื้นที่กว้างขึ้นก็ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เช่น ขนขา ขนหน้าแข้ง ประมาณ 30 นาที
การเตรียมตัวก่อนการทำเลเซอร์กำจัดขน
- ก่อนทำงดเว้นการทาโรลออนรักแร้ ครีมกลุ่มไวท์เทนนิ่ง และ AHA ทุกชนิด
- หยุดถอนหรือแวกซ์ขน ก่อนเข้ารับบริการ ประมาณ 2 สัปดาห์การดูแลหลังทำเลเซอร์กำจัดขน
- หลังทำสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่มีแผล ผิวแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปหลังทำใน 1-2 ชม.
- หลังทำ งดใช้โรลออนรักแร้ เครื่องสำอาง หรือน้ำหอม ในบริเวณที่กำจัดขน 1-2 วัน
- สามารถอาบน้ำถูสบู่ ทำความสะอาดผิวได้ตามปกติ แต่งดการขัดผิวหรือใช้ฟองน้ำบริเวณนั้นชั่วคราว
เปรียบเทียบวิธีกำจัดขนแบบต่างๆ
- การโกน การถอน การใช้ครีมกำจัดขน การแว็กซ์ ต้องทำบ่อยๆ ทุกเดือน ไปตลอด ผลตามมาคือขนแข็งและหนาขึ้น ผิวเป็นตุ่มหนังไก่ ไม่เรียบเนียน
- เลเซอร์กำจัดขนโดยเฉพาะทำทุกเดือน โดยเฉลี่ยประมาณ 5-8 ครั้ง ผลตามมาคือผิวบริเวณนั้นขาวและเรียบเนียนขึ้น ลดกลิ่น รูขุมขนเล็กลง
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
- หลังยิง Laser ขนจะยังไม่ร่วงทันที แต่จะค่อยๆทยอยร่วงไปใน 2-4 อาทิตย์ และอาจจะร่วงไปบางส่วน ไม่ได้ร่วงทั้งหมดในคราวเดียว (มีเป็นส่วนน้อย ที่อาจจะยังไม่ร่วงในครั้งแรก) แต่เมื่อมายิงซ้ำก็จะค่อยๆร่วงในครั้งถัดไป
- สภาพเส้นขนและการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแต่ครั้งที่ยิงไป ขนจะขึ้นช้าลง เส้นเล็กลง บางลงไปเรื่อยๆ โดยส่วนใหย่เห็นผลตั้งแต่ครั้งที่ยิง เมื่อยิงไป 3-4 ครั้ง ผลจะชัดเจนมากขึ้นจนสังเกตได้ เมื่อผ่านไป 6-12 ครั้ง จนแทบจะไม่ขึ้นมาแล้ว
- หายไประยะหนึ่ง คือแทบไม่ขึ้นใหม่เลย ในช่วง 1-5 ปี แล้วแต่บุคคล แต่เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง ขนจะเริ่มกลับมา แต่ไม่มากเท่าก่อนการรักษา ถ้าถึงตอนนั้นแนะนำให้กลับมายิงซ้ำปีละ 1 -2 ครั้ง
- ทา Aloe vera serum ด้วยจะช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่รับการรักษาชุ่มชื้นขึ้น ลดโอกาสการเกิดอาการระคายเคือง และลดการอักเสบที่ผิว
- เลิกโกน เลิกถอน (การโกนการถอน ทำให้ขนขึ้นเร้ว เส้นแข็ง หนา และการถอนทำให้เป็นหนังไก่) ดังนั้นเมื่อมารักการรักาแนะนำงดโกนหรือถอนขน
รีวิวจาก Facebook
รีวิวการเลเซอร์จำกัดขน
เสริมจมูกอยู่ได้กี่ปี? ต้องเปลี่ยนซิลิโคนหรือไม่ คลายทุกข้อสงสัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความเข้าใจผิดเรื่อง “อายุการใช้งานของซิลิโคน” เป็นหนึ่งในข้อสงสัยอันดับต้นๆ ของผู้ที่กำลังวางแผนทำศัลยกรรมใบหน้า หลายคนเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี หรือ 10 ปี จำเป็นต้องกลับไปผ่าตัดเอาซิลิโคนเก่าออกแล้วใส่แท่งใหม่เข้าไปแทน เพื่อป้องกันปัญหาซิลิโคนหมดอายุหรือเน่าเสีย แต่ในทางเวชศาสตร์ศัลยกรรมตกแต่ง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัสดุสังเคราะห์และโครงสร้างจมูกมีความละเอียดอ่อนกว่านั้น การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ (Implant Grade Silicone) มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้โดยไม่ย่อยสลาย หมอตุ๊ก แพทย์หญิงปาลิดา นาคีศิริ และทีมแพทย์จาก

เสริมจมูกครั้งแรกต้องเตรียมตัวอย่างไร? เช็กลิสต์ขั้นตอนเตรียมพร้อมฉบับสมบูรณ์
ผลลัพธ์ของทรงจมูกที่สโลปสวยเนียนตาทรงธรรมชาติ บวมช้ำน้อย และสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคนิคในห้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของร่างกายคนไข้ตั้งแต่ก่อนวันผ่าตัด สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเสริมจมูกเป็นครั้งแรก การรู้เช็กลิสต์ปฏิบัติตนที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้กระบวนการฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด แพทย์หญิงปาลิดา นาคีศิริ (หมอตุ๊ก) และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก DMOR Clinic ได้รวบรวมข้อปฏิบัติการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดที่ถูกต้องตามหลักความปลอดภัยสากล พร้อมแนะนำเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยถนอมโครงสร้าง เพื่อให้การทำจมูกครั้งแรกของคุณได้ทรงสวยละมุนอย่างมั่นใจ เช็กลิสต์การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก 1–2 สัปดาห์ การเตรียมความพร้อมของร่างกายล่วงหน้าจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและการทำงานของร่างกายอยู่ในภาวะสมบูรณ์ที่สุดก่อนเข้ารับการผ่าตัด: 1. งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรงดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs

จมูกเอียงหลังเสริมเกิดจากอะไร? รู้สาเหตุและวิธีรับมือก่อนสาย
ความกังวลเรื่องทรงจมูกดูไม่ตรงหลังการผ่าตัด เป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่นำไปสู่การตัดสินใจแก้จมูกการสังเกตและประเมินสาเหตุอย่างแม่นยำตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ผู้รับบริการสามารถจำแนกได้ว่าอาการดังกล่าวเป็นเพียงปฏิกิริยาบวมช้ำตามธรรมชาติ หรือเกิดจากความคลาดเคลื่อนของโครงสร้างฐานจมูกจริง เพื่อวางแผนรับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัย เช็กลิสต์ประเมินตนเองเบื้องต้น: บวมชั่วคราว หรือ เอียงเชิงโครงสร้าง? ประเมินจากกรอบเวลา (Timeline Assessment): บวมชั่วคราว: พบได้ในช่วง 1–4 สัปดาห์แรก เกิดจากแรงตึงของเนื้อเยื่อและการบวมของหลอดเลือดที่ไม่เท่ากันสองฝั่ง เอียงเชิงโครงสร้าง: ทรงจมูกยังคงเอียงอย่างเห็นได้ชัดแม้เวลาผ่านไปเกิน 3–6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เนื้อเยื่อยุบบวมและสมานตัวเต็มที่แล้ว ประเมินจากการคลำสัมผัส (Physical Touch):

ควรแก้จมูกเมื่อไหร่? เช็ก 7 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องแก้
ปัญหาหลังการเสริมจมูกไม่ได้แสดงอาการทันทีเสมอไป แต่อาจค่อยๆ ส่งสัญญาณเตือนเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นการหดรั้งของผืนพังผืด การเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อ หรือการวางซิลิโคนผิดชั้น การตัดสินใจเข้ารับบริการแก้จมูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม คือหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ผิวหนังปลายจมูกเกิดการอักเสบทะลุ และช่วยจัดโครงสร้างใหม่ให้ได้ทรงสโลปสวยหวาน ดูเป็นธรรมชาติอย่างปลอดภัย การประเมินอาการเตือนภัยและแนวทางการผ่าตัดแก้ไขจมูก เมื่อจมูกเดิมเริ่มส่งสัญญาณเตือน ความเสียหายโครงสร้างแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน รูปแบบแต่ละท่านจะมีแนวทางผ่าตัดการรักษา ที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม อาการปลายจมูกบางใส สะท้อนแสง หรือผิวหนังตึงใส: เกิดจากแท่งซิลิโคนยาวหรือฝืนเนื้อหนังจมูกมากเกินไป แนวทางแก้ไขคือการผ่าตัดถอดลดขนาดซิลิโคนเดิมให้พอดีกับมิติใบหน้า พร้อมใช้เทคนิคเสริมกระดูกอ่อนหลังหูหรือเนื้อเยื่อตัวเองมารองปลาย เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและป้องกันการทะลุในระยะยาว อาการซิลิโคนลอย โยกได้เมื่อสัมผัส: สาเหตุมาจากการวางแท่งซิลิโคนผิดชั้น

แก้จมูกรอบสองพักฟื้นกี่วัน? รู้ก่อนทำ ต้องหยุดงานนานแค่ไหน
ปัญหาจมูกเบี้ยว เอียง ซิลิโคนลอย หรือปลายบางจนเสี่ยงทะลุ เป็นเรื่องชวนปวดหัวที่ทำให้หลายคนต้องมองหาทางออกด้วยการแก้จมูก แต่สิ่งแรกที่มักทำให้เกิดความกังวลใจคือ “ต้องลาหยุดงานกี่วัน?” เนื่องจากโครงสร้างจมูกที่ผ่านการผ่าตัดมาแล้วจะมีความซับซ้อนของพังผืดเดิม การวางแผนพักฟื้นและคำนวณวันลาอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือได้อย่างมั่นใจ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น ตารางสรุปไทม์ไลน์พักฟื้น และคำแนะนำวันลาหยุดตามสายอาชีพ ระยะเวลาพักฟื้น สภาพแผลและการยุบบวม จำนวนวันลาที่แนะนำตามอาชีพ วันที่ 1 – 3 อาการบวมช้ำสูงสุดในช่วง 3 วันแรก ควรนอนศรีษะอยู่เหนือสูงกว่าระดับหัวใจ และ ควรประคบเย็น

แก้ทรงจมูกมีกี่แบบ? รู้จักวิธีแก้จมูกให้เหมาะกับปัญหาแต่ละประเภท
การ แก้ทรงจมูก ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนซิลิโคนหรือปรับรูปทรงให้สวยขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วแต่ละคนมีโครงสร้างเดิม สภาพเนื้อเยื่อ และปัญหาที่ต้องการแก้แตกต่างกัน บางคนอาจต้องการปรับทรงเดิมให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาจากการเสริมครั้งก่อน เช่น จมูกเบี้ยวหรือเอียง ปลายจมูกบาง จมูกสั้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภายใน ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกก่อนว่า “อยากทำเทคนิคไหน” แต่ควรเริ่มจากการประเมินว่า จมูกมีปัญหาตรงไหน โครงสร้างเดิมเป็นอย่างไร และเทคนิคใดเหมาะกับจมูกของแต่ละคน ทำไมถึงต้องแก้ทรงจมูก? ปัญหาแบบไหนควรปรึกษาแพทย์ เหตุผลในการแก้ทรงจมูกของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการเสริมครั้งก่อน หรือความต้องการปรับรูปทรงให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น